หน้าแรก
   ประวัติเรือนจำ
   ประวัติผู้บริหาร
   วิสัยทัศน์
   พันธกิจ
   เป้าหมาย
   ภารกิจ
   โครงสร้างทางการบริหาร
   ข้อบังคับการเยี่ยมญาติ
   สถิติผู้ต้องขัง
   แผนที่ตั้ง

ข้อบังคับการเยี่ยมญาติ


การเยี่ยมผู้ต้องขัง

ญาติสามารถเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ตามเวลาที่กำหนด การเยี่ยมแบ่งเป็น 2 แบบ

1. เยี่ยมปกติ คือการเยี่ยมที่ห้องเยี่ยมญาติจัดไว้ สำหรับผู้ต้องขังทั่วไปที่สามารถเดินออกมาพบญาติที่ห้องเยี่ยมได้
2. เยี่ยมใกล้ชิด อนุญาตสำหรับผู้ต้องขังป่วยหนัก, หลังผ่าตัด, หรือไม่สามารถออกมาพบญาติที่ห้องเยี่ยมได้
เจ้าหน้าที่จะพาญาติเข้ามาเยี่ยมภายในเรือนนอน

 

Image

ญาติเข้าเยี่ยมถึงเตียงผู้ต้องขังป่วย

 

Image

เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมการเยี่ยม

 

กำหนดการเยี่ยม
คดีทั่วไป วัน จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์
คดียาเสพติด วันพุธ

รอบและเวลาในการเยี่ยม
รอบที่1
รอบที่2
รอบที่3
รอบที่4
รอบที่5
รอบที่6
รอบที่7
เวลา 09.00-09.30น.
เวลา 09.45-10.15น.
เวลา 10.30-11.00น.
เวลา 11.15-11.45น.
เวลา 13.15-13.45น.
เวลา 14.00-14.30น.
เวลา 14.45-15.15น.

แดน 2,4,5,6 และแดน 7 เยี่ยมได้ วันจันทร์-วันพฤหัสบดี ยกเว้นคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด เยี่ยมสัปดาห์ละ 1ครั้ง ระหว่างวันจันทร์-วันพฤหัสบดี
แดน 8 ทุกคดี เยี่ยมได้เฉพาะ วันศุกร์เท่านั้น

 

Image

ห้องเยี่ยมญาติ (ด้านผู้ต้องขัง)

 

Image

ห้องเยี่ยมญาติ (ด้านญาติ)


ข้อความทั่วไป
หมวดที่ 1
บุคคลที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม
ข้อ 6 บุคคลที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. ต้องเป็นผู้ที่ผู้ต้องแจ้งรายชื่อต่อเรือนจำ เพื่ออนุญาตให้เข้าเยี่ยมโดยต้องเป็นญาติโดยสายโลหิตทั้งทางตรงหรือทางอ้อม หรือผู้สืบสันดานที่มีบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก มายืนแสดงต่อเจ้าหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลบุคคลภายนอกผู้เข้าเยี่ยมไว้เป็นหลักฐาน
  2. ในกรณีที่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลตาม ก มาขอเยี่ยมผู้ต้องขัง ต้องมีบุคคลตาม ก ร่วมมาด้วยทุกครั้งอย่างน้อย 1 ราย
  3. ในกรณีที่บุคคลตาม (ก)ไม่มีเอกสารที่ทางราชการออกให้ ให้มีใบรับรองยืนยันความสัมพันธ์เป็นเครือญาติให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการเทียบเท่าขึ้นไปหรือบุคคลที่อื่นที่เรือนจำพิจารณาแล้วให้รับรองตามแบบที่เรือนจำกำหนด
  4. ผู้ต้องขังสามารถยื่นคำขอแจ้งเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงชื่อญาติครั้งที่ 1 ภายในเดือน มีนาคม ครั้งที่ 2 ภายในเดือน กันยายน ของทุกปี เพื่อมอบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตจึงเข้าเยี่ยมได้
  5. ผู้ต้องขังคดีทั่วไปที่ไม่ใช่ความผิดตามพระราชบัญญัติให้โทษ ให้ได้รับการเยี่ยมญาติดังนี้
    1. ผู้ต้องขัง 1 คน เยี่ยมญาติได้วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 รอบ รอบละ ไม่เกิน 45 นาที
    2. ญาติเข้าเยี่ยมได้ ครั้งละไม่เกิน 5 ราย ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี บริบูรณ์
  6. ผู้ต้องขังคดีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้ได้รับการเยี่ยมญาติ ดังนี้
    1. ผู้ต้องขัง 1 คน เยี่ยมญาติได้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 รอบ รอบละ ไม่เกิน 45 นาที
    2. ญาติเข้าเยี่ยมได้ ครั้งละไม่เกิน 5 ราย ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี บริบูรณ์
    3. ผู้ต้องขังคดีทั่วไป ซึ่งได้กระทำผิดวินัยผู้ต้องขังในเรือนจำกลางคลองไผ่/ทัฑสถานอื่นที่ย้ายมา มีความผิดฐานเกี่ยวข้อกับยาเสพติดเช่นยาเสพติด จำหน่ายยาเสพติด ครอบครองยาเสพติดให้ได้รับการเยี่ยมสัปดาห์ละ  1 ครั้งญาติเช่นเดียวกันผู้ต้องขังคดีความผิดตามพระราชบัญญัติ

หมายเหตุ : ต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์ยืนยันด้วย


อาหารการกิน

โรงครัวของโรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อเข้ามาอยู่ในเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ก็รับประกันว่าผู้ต้องขังทุกคนจะมีสิทธิได้

รับอาหารฟรี วันละ 3 มื้อทุกๆวัน จนกว่าจะพ้นโทษ น่าเสียดายที่เรือนจำ

ได้รับงบประมาณค่าอาหารผู้ต้องขังแค่ 31 บาทต่อคนต่อวันเท่านั้น

(เฉลี่ยแล้วประมาณ 10 บาทต่ออาหาร 1 มื้อ ! ! ) ซึ่งนับว่าค่อนข้างน้อย

เพราะค่าข้าวสารค่าอาหารดิบ (กับข้าว) และค่าเชื้อเพลิงที่ใช้หุงต้ม

มีราคาสูงขึ้น การจัดหาอาหารให้ผู้ต้องขังด้วยงบประมาณเพียง 10 บาท30 สตางค์

ต่อมื้อต่อคนได้โดยที่ผู้ต้องขังไม่ประท้วง นั้นถือว่าเป็นโชคดีของผู้บริหารเรือนจำ

Image Image
ตู้นึ่งข้าวในโรงครัวของทัณฑสถานฯ ผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับข้าวขาวที่นึ่ง
ในถ้วยสเตนเลส ตามที่เห็นในภาพ

ทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ มีทีมงานโภชนาการที่ทำหน้าที่ควบคุมการหุงหาอาหาร

ซึ่งประกอบด้วยอาหารธรรมดา อาหารอ่อนและอาหารเหลวสำหรับผู้ต้องขังป่วย

รวมทั้งอาหารมุสลิมสำหรับผู้ต้องขังที่นับถือศาสนาอิสลาม


เสื้อผ้าเครื่องนอน

     ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็น ผู้ต้องขังป่วย ถ้าจะให้ซักเสื้อผ้าเองเหมือนผู้ต้องขัง ที่อยู่ในเรือนจำอื่นๆ

ก็คงไม่เหมาะสม ทัณฑสถานฯ จึงจำเป็นต้องรับภาระให้บริการ ซัก-อบ-รีด เสื้อผ้าและเครื่องนอนของผู้ต้องขังโดย

ใช้มาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในโรงพยาบาลทั่วไป แต่ก็ให้บริการเฉพาะตอนที่เจ็บป่วยเท่านั้น

เมื่อหายป่วยถูกส่งตัวกลับเรือนจำเดิมแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบซักเสื้อผ้าของตัวเอง

Image Image
โรงซักฟอกที่อยู่ภายในชั้นล่างของ
อาคารทัณฑสถานโรงพยาบาล
เครื่องรีดผ้าที่ช่วยให้ผู้ต้องขังทุกคน
ได้นอนบนผ้าปูที่นอน ที่ผ่านการรีดแล้ว

(ฝึกให้เคยชินไว้ไม่เสียหลาย เมื่อพ้นโทษออกจากเรือนจำไปแล้ว จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระ

แม่บ้านบ้างในการซักรีดเสื้อผ้า)ทัณฑสถานฯได้จัดเตรียมเครื่องซักผ้าและ

เครื่องอบผ้าขนาดใหญ่จำนวน10เครื่องไว้รองรับงานดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าเสื้อผ้าและเครื่องนอนของผู้ต้องขังทุกคน

จะได้รับการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคและซักด้วยน้ำร้อนอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

 

Image Image
คลังเก็บเสื้อผ้าและเครื่องนอน
ของผู้ต้องขัง
เครื่องอบผ้าขนาด 125 ปอนด์


การรักษาพยาบาล

Image  Image

     ผู้ต้องขังเมื่อเจ็บป่วย ก็จะมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล เท่าๆกับประชาชนทั่วไป คือ ใช้บัตรทอง "30 บาท รักษาทุกโรค" ได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะกรมราชทัณฑ์ถือว่าผู้ต้องขังทุกคน เป็นผู้มีรายได้น้อยทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีแพทย์สาขาต่างๆเช่น อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ จักษุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช ด้าน หู คอ จมูก ด้านโรคผิวหนังศัลยกรรมกระดูก ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ เป็นต้นการผ่าตัดส่วนใหญ่สามารถทำได้ภายในทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ ยกเว้นในบางสาขาเช่น การผ่าตัดสมองการรักษาด้วยรังสีบำบัดที่จำเป็น ต้องส่งตัวออกไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก

Image Image
บัตรทอง " 30 บาทรักษาทุกโรค"
ที่ทัณฑสถานออกให้กับผู้ต้องขัง
จักษุแพทย์ของทัณฑสถานฯ
ใช้กล้องจุลทัศน์ในการผ่าตัดตา
Image Image
ผู้ต้องขังจากเรือนจำต่างๆถูกส่งมา
รับการรักษาวันละหลายร้อยคน
เอกซ์เรย์ระบบดิจิตอลที่ใช้อยู่ใน
ทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ

บัตรทองช่วยให้ผู้ต้องขังทำฟันฟรีรวมทั้งการทำฟันปลอมฐานพลาสติก แต่...ฟันปลอมราคาแพงบางชนิด ผู้ต้องขังต้องขังต้องจ่ายเงินเอง

 

Image  
Image  
Image  
  ทัณฑสถานโรงพยาบาล
มีทันตแพทย์ 6 คน
ทำหน้าที่รักษาโรคฟันให้ผู้ต้องขัง
รถพยาบาลของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ


การฝากของให้ผู้ต้องขัง


ไม่ต้องเสียเวลาฝากของให้ผู้ต้องขัง เพราะ เราอนุญาตให้ผู้ต้องขัง สั่งซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ของห้างสรรพ-สินค้าได้โดยตรง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ :

Imageโดยปกติแล้ว เรือนจำทุกแห่งต้องตรวจค้นอาหาร และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ญาตินำมาฝากให้ผู้ต้องขัง เช่น สบู่ แชมพูสระผม ยาสีฟัน ผลไม้ ขนมปัง บะหมี่สำเร็จรูป กาแฟ น้ำหวาน ฯลฯ เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งของต้องห้าม ซุกซ่อนเข้ามากับของฝาก การตรวจค้นนั้นนอกจากจะเสียเวลาแล้ว บางครั้ง ก็ทำให้ของฝากเสียหายเพราะต้องตรวจกันอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม เรือนจำส่วนใหญ่จึงแก้ปัญหานี้โดยการตั้งร้านสงเคราะห์เ พื่อให้ญาติหรือผู้ต้องขังซื้ออาหาร และของใช้ต่างๆจากเรือนจำได้โดยตรง จึงไม่ต้องเสียเวลาตรวจค้น


Imageส่วนที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลนั้น มีปัญหาเรื่องขาดแคลนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถจัดตั้งร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังได้ ดังนั้น ทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ จึงแก้ปัญหานี้ โดยการอนุโลมให้ผู้ต้องขังสั่งซื้ออาหารและของใช้ต่างๆ จาก ซุปเปอร์มาร์เก็ต ของห้างสรรพสินค้าได้โดยตรง โดยทางซุปเปอร์มาร์เก็ตจะส่งรายการสินค้าทั้งหมด พร้อมราคามาให้ผู้ต้องขังเลือก และจะนำสินค้าที่ผู้ต้องขังสั่ง มาส่งให้ทุกๆวัน โดยวิธีนี้ ทำให้ทัณฑสถานฯไม่ต้องเสียเวลามายุ่งเรื่องค้าขาย (ตั้งหน้าตั้งตารักษา - ผ่าตัดผู้ต้องขังอย่างเดียวก็ทำกันแทบไม่ทันอยู่แล้ว) และที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้ต้องขังและญาติก็พอใจ เพราะมีสิทธิซื้อของได้ในราคาที่เท่ากัน กับประชาชนทั่วไป (ถ้าสินค้าที่ซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตแพงก็ไม่ต้องมาต่อว่าทัณฑสถานฯ ให้ไปต่อว่าห้างสรรพสินค้าได้เลยครับ)เงื่อนไขในการซื้อของจาก ซุปเปอร์มาร์เก็ต :

Image   Image
  1. ซื้อของได้วันละไม่เกิน 200 บาท (ตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้)
  2. ไม่อนุญาตให้ซื้อของฟุ่มเฟือย เช่น สบู่ อาหารสำเร็จรูปหรือ ขนมขบเคี้ยวที่นำเข้าจากต่างประเทศ
  3. ไม่อนุญาตให้ซื้อสินค้ามาเก็บกักตุนไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังนำสินค้ามาใช้แทนเงินสด ในการเล่นการพนันกันในเรือนจำ

เครดิตข้อมูล: รพ.ราชทัณฑ์

กลับด้านบน

 


 



เรือนจำกลางคลองไผ่
เลขที่ 300 หมู่ 1 ถนนมิตรภาพ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 30340
โทร 044-323-391-2 โทรสาร. 044-323-392
Copyright © 2011 All Rights Reserved. Powered by Allweb Technology